[XS Fiction] Passion in your eye_chapter 4 ครึ่งหลัง

posted on 17 Jul 2009 18:32 by zypher-fiction  in KHR-Fiction

 

* คำเตือน  เนื้อหาในบล็อตนี้ เป็นฟิค yaoi หรือของฟิคชายรักชายค่ะ  ถ้าใครไม่ชอบ หรือรับไม่ได้รบกวนปิดบล็อคนี้เลยนะคะ   

 

 

ll T i t l e ll Passion in your eye
ll P a i r i n g ll XS
ll R a t e d ll R




Chapter. 4  ครึ่งหลัง

 

ความรู้สึกหลงใหลมันเป็นเช่นใดกันหรือ... 

 ความรู้สึกที่เขาคิดว่ามันยากเกินเข้าใจ  หรือไม่อยากจะเข้าใจกันแน่!!?

 

เด็กหนุ่มนั่งเท้าคางพลางใช้ความคิด แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า  เฝ้าแต่คิดถึงนัยต์สีแดงเพลิงคู่นั้น  ที่ทอแสงราวกับทับทิมน้ำงาม สควอลโล่รู้ว่าตัวเองมีบางอย่างแปลกไป

เขาไม่เคยเหม่อ หรือทุ่มเทความคิดไปกับสิิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ไม่ใช่เพลงดาบมาก่อน  และไม่ว่าจะเพียรพยายามแค่ไหนก็ไ่ม่สามารถสลัดภาพของบุคคลผู้นั้นออกจากสมอง ได้เลย

ถึงขนาดไอ้เห่ยดีโน่เข้ามาใกล้ตัวเขาได้โดยไม่รู้สึกตัวได้ถึงสองครึ่งในหนึ่งอาทิตย์  ทั้งๆที่ปรกติเขาก็รู้ตัวตลอดเวลา เมื่ออีกฝ่ายเข้ามาออดอ้อนอยู่ใกล้ๆ

ไม่เข้าใจจริงๆ เลยว่า... หมอนั่นติดอะไรเขาหนักหนา  ถึงตามแจมาได้ถึงทุกวันนี้ 

ไม่อยากเจอก็ต้องเจอ  ไม่เห็นเหมือนใครบางคนที่อยากเจอ  แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ  โรงเรียนมาเฟียก็ไม่ใช่ว่าจะกว้างเสียเท่าไหร่แท้ๆ

อุตส่าห์ไปดักรอแถวๆ ห้องที่ดีโน่บอกว่าแซนซัสเรียนอยู่...  แต่นี่ผ่านไปจะอาทิตย์แล้ว  ไม่เห็นเงาอีกฝ่ายซักนิด  ตกลงหมอนั้นมันใช่นักเรียนแน่รึ

คิดแล้วก็พลางถอนหายใจ ....ที่คิดเรื่องหมอนั้นอีกแล้ว

 

คิดจนเขาคิดว่า  ซักวันตัวเองอาจเห็นภาพหลอนของอีกฝ่ายแน่ๆ  ...อ๊ะ!!! คิดปุบก็เห็นปับ ... เขาเห็นเด็กหนุ่มที่ชื่อว่า แซนซัส กำลังเดินลับไปตรงขอบมุมตึกตรงหน้าจริงๆ...

 

แซนซัส!!?

 

เหมือนจะเพิ่งรู้ตัวว่า ..ที่ตัวเองเห็นไม่ใช่ฝันกลางวัน แต่เป็นคนในความคำนึงกำลังเดินหายวับไปต่อหน้าอีกครั้ง  สควอลโล่ดีดตัวลุกขึ้น ก่อนที่สมองจะทันประมวลผลด้วยซ้ำ บางสิ่งบางอย่างในตัวก็กระตุ้นสัญชาตญาณให้ตามร่างสูงไปเสียแล้ว

เด็กหนุ่มเคลื่อนไหวคล่องแคล่วสมกับเป็นนักดาบฝีมือดี  เขาอ้อมไปอีกทางไม่ได้ตามไปตรงๆ ในใจนั้นคิดอยากประเมินอีกฝ่ายจากระยะไกลเพื่อดูท่าทีก่อน

แต่แค่เพียงจะหลบเข้าเงามืดของมุมตึกที่อยู่เยื้องขวาจาก ตำแหน่งที่เด็กหนุ่มผมดำเดินหายเข้าไป  มือหยาบกร้านก็คว้าคอเพียวบางก่อนจับกระแทกกับกำแหงอย่างไม่ใยดี  ก่อนบีบเกร็งขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก  สัณชาตญาณทำให้นักดาบหนุ่มชักดาบออกมาไว้ในมืออย่างรวดเร็ว  แต่ยังไม่เร็วพอเมื่ออีกฝ่ายคว้ามือข้างที่จับดาบก่อนออกแรงบีบโดนข้อต่อ กระดูกพอดี  มิหน่ำซ้ำยังถูกบิดข้อมือจนดาบคู่กายหลุดออกจากมืออย่างไม่สามารถทำสิ่งใด ได้

แล้วนันย์ตาสีฟ้าหม่นก็สบกับนัยน์ตาสีแดงฉานที่อยู่ในความคิดมานาน...

 

ทับทิมน้ำงามราวลุกเป็นไฟ  ...เขามองราวต้องมนต์  

ทั้งชีวิตไม่เคยเข้าใจนิยามของความงามเลยซักครั้ง พอคิดได้ว่าเจอสิ่งที่คิดว่าสวยเป็นครั้งแรก ...ตัวเขากลับอยู่ในสถานการณ์ที่แค่อีกฝ่ายออกแรกอีกนิด สเปลฮี สควอลโล่จะไม่มีชื่ออยู่บนโลกนี้แล้ว...

 

" แกต้องการอะไร "  เสียงเข้ม คุกคามและทรงอำนาจอยู่ในที  ส่งผลให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นอีก

แต่ ท่าทีคุกคามกระตุ้นให้เด็กหนุ่มไม่พอใจนัก มีคนบอกเสมอว่าเขาหยิ่ง และนั้นก็เป็นเนื้อแท้ที่เขาไม่เคยปฎิเสธ  เกลียดนักไอ้พวกที่ชอบวางอำนาจเหนือผู้อื่น 

สควอลโล่ไม่ตอบ  ลืมนึกไปแล้วด้วยซ้ำว่าตัวเองผิดเองที่แอบสะกดรอบตามอีกฝ่ายมา เขาพยายามหาทางสลัดให้หลุดจากพันธนาการซึ่งดูเหมือนจะไร้ผล  แต่คนอย่างเขาตายยังง่ายกว่าจะยอมอยู่เฉยรออีกฝ่ายพิพากษา  เมื่อแววตาสีเลือดฉายเพียงแววเกี้ยวกราดเพียงอย่างเดียว

 

หากตอบไม่ถูกใจคงมีเพียงความตายที่รออยู่  ไม่มีความลังเลอยู่ในแววตานั้นสักนิด

 

นักดาบหนุ่มผู้ซึ่ง ณ บัดนั้นปราศจากดาบในมือระบายยิ้มเหยียด ...แค่ศักด์ศรีเท่านั้น  หากมันไม่ย่อยยับไปอะไรก็สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้

คนอย่างเขา ไม่มีวันยอมพ่ายให้ใครง่ายๆ

 

เด็กหนุ่มบิดข้อมือจนมันหักอย่างไม่สนใจใยดี  สิ่งที่เกิดขึ้นรวดเร็วและเกินความคาดหมาย ทำให้เกิดช่องว่างขึ้นกับอีกฝ่ายที่เคยได้เปรียบ

สควอลโล่อาศัยช่องว่างนั้น สลัดตัวเองให้หลุดพ้นจากพันธนาการ  อาศัยจังหวะเพียงชั่วพริบตาแล้วเตะสกัดขาให้ร่างสูงเสียหลักล้มลง

มืออีกข้างที่ยังใช้งานได้อยู่  คว้าดาบที่อยู่กับพื้นกะเอาคืนอีกฝ่ายเต็มที่

 

พรึ่บ!!

 

เปลวไฟไม่ทราบที่มาปรากฎจากอากาศธาตุุขึ้นรอบด้ามดาบ  ทำให้โลหะร้อนจนจับต้องไม่ได้ดาบที่ควรอยู่ในมือนัดดาบ จึงหลุดล่วงลงพื้นอีกครั้ง  ตำแหน่งที่ร่างโปร่งเคยได้เปรียบจึงกลับตำแหน่งอย่างรวดเร็ว

 

ไฟของวองโกเล่... 

เปลวเพลิงที่แผดเผาได้ทุกอย่าง

 

แซนซัสเป็นฝ่ายได้เปรียบอีกครั้ง  ร่างสูงกระชากผมสีเงินกระแทกศริษะของเด็กหนุ่มผมเงินลงกับพื้น ก่อนทับร่างของนักดาบหนุ่มผู้เสียทีด้วยร่างกายของตนเองเพื่อสกัดการเคลื่อนไหว  รวบมือสองข้างของสควอลโล่ด้วยมือเพียงข้างเดียว

ทั้งๆที่ข้อมือหัก แล้วมืออีกข้างก็โดนไฟลวก  แต่ไม่มีเสียงร้องแสดงความเจ็บปวดหลุดจากลำคอของสควอลโล่แม้แต่น้อย.. 

แซนซัสระบายยิ้มอย่างพอใจ  ...วันนี้ไม่เจอนักฆ่าห่วยแตกอย่างเคยแต่เจอของน่าสนใจแทน

เจ้าของนัยต์ตาสีแดงอารมณ์ดีขึ้นทันตาจนรู้สึกได้  " แกน่ะ ชื่ออะไร " อารมณ์ดีมากพอจนเริ่มบทสนทนาใหม่อีกครึ้ง

 

" ไม่รู้จักมารยาทรึไงว่ะ!!!  จะถามชื่อคนอื่นก็บอกชื่อตัวเองก่อนสิ!!! " ในสถานการณ์แบบนี้  สควอลโล่ยังจะกล้าตวาดใส่อีกฝ่าย  ...น่าสนใจจริงๆนั้นแหละ แซนซัสนึกในใจ  วันนี้ดูท่าจะมีอะไรทำแก้เบื่อเสียแล้ว

" แซนซัส "  ร่างสูงตอบอย่างง่ายได้ จนสควอลโล่แปลกใจ  "แกล่ะ" 

ร่างโปร่งอึกอักอยู่สักพัก  ก่อนจะตอบ " สเปลฮี.... สเปลฮี สควอลโล่ ... อะ.. โอ้ย!!! " 

 

สควอลโล่จบประโยคด้วยเสียงร้อง  ตามด้วยคำสบถที่ยาวเป็นวา  เมื่อแซนซัสจงใจแกล้งอีกฝ่ายด้วยการกดลงรอยแผลที่เกิดจากไฟเมื่อครู่ ....ก็ร้องเป็นเหมือนกันนี่หว่า  แซนซัสนึกอย่างขำๆ  วันนี้เขาอารมณ์ดีจนน่าแปลกใจจนตัวเองยังรู้สึกได้

เหมือนได้พบของเล่นถูกใจ?

 

" ตามฉันมาทำไม "  แซนซัสถามต่อ

นัยน์ตาสีฟ้าหม่นหลบสายตาจริงจังสีแดงฉานไปอีกทาง  ก่อนตอบเสียงเบา " ติดใจ.. "

" หือ? "

" เออ!!!  ฟังไม่ผิดหรอกโว้ยยยยย !!!! "  ดูเหมือนคนเสียเปรียบจะเสียสติขึ้นมาดิ้อๆ เลยเริ่มออกอาการโวยวายตามนิสัยส่วนตัวขึ้นมาทันที

" เป็นการสารภาพรักที่ร้อนแรงดีนะ  แต่โทษทีไม่ใช่รสนิยม " ว่าจบพร้อมจุดร้อยยิ้มเล็กๆ  ได้อย่างน่ามองที่มุมปาก  จนสควอลโล่แอบเผลอมองไปชั่วอึดใจ  แต่นั้นไม่ใช่เหตุผลมากพอที่สควอลโล่จะไม่โวยวายต่อ...

ทั้งสองปะทะวาจากันไปอีกพักใหญ่  จนฝ่ายหนึ่งหมดแรงที่จะโวยวายต่อ  หรืออีกฝ่ายหนึ่งรู้สึกอยากกลับไปหาอะไรมาเขวี้ยงใส่หัวเงินๆนี้ ให้มันเลิกโวยวายเสียที  หรืออาจเพราะแสงแดดแผดเผาเหมือนวันนั้น  แผดเผาจนลืมเลือนไปแล้วว่า  เรื่องทุกอย่างเริ่มต้นจากอะไร... 

 

นั้นเป็นครั้งที่แรกที่แซนซัสพบกับสควอลโล่...

เป็นครั้งที่สองที่สควอลโล่พบกับแซนซัส

และเป็นครั้งสุดท้าย...  ที่สควอลโล่เลิกตั้งคำถามกับตัวเอง ว่า... ความรู้สึกหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้นนั้น เป็นเช่นไร

 

ไฟของวองโกเล่...เปลวไฟของผู้ชายเจ้าของนัยน์ตาสีเปลวเพลิง

เปลวเพลิงที่แผดเผาได้ทุกอย่าง แม้แต่กระทั่งหัวใจ...

 

+++++++

 

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่...  ที่เขาสองคนพบกันบ่อยขึ้น

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ... ที่ที่เขาอยู่คือเบื้องหลังของผู้ชายที่ชื่อว่า แซนซัส

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ... ที่เริ่มคิดว่า จะขอทำทุกอย่างให้คนๆนี้ ได้สมหวังทุกอย่าง

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ... ที่มอบให้ได้ทั้งชีวิต

 

วันเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่เขาตะเกียกตะกาย  ให้ได้ชื่อว่าเทพดาบก็เพื่อตัวเอง ....ให้คู่ควรอยู่เคียงข้าง ว่าที่รุ่นที่ 10 ของวองโกเล่

วันเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ไว้ผมจนมันยาว ก็เพื่อแสดงจุดยืนของตัวเอง ...ว่าไม่ว่าเมื่อไหร่ก็อยู่เคียงข้างแซนซัส  รอการกลับมาของหมอนั้นเสมอ

รู้ทั้งรู้ว่าหมอนั้นไม่เคยสนใจใยดีสิ่งใด ... ยกเว้นคนที่มีประโยชน์เท่านั้น

ไม่เคยแคร์  ไม่เคยสนใจ...  เพราะหลงใหลในนัยน์ตาคู่นั้น   อยากจะเดินตามอีกฝ่ายไปให้จนถึงที่สุด แม้นั้นจะเป็นขอบเหวของนรกก็ตาม

 

ตามติดหมอนั้น จนศักด์ศรีที่มีมันค่อยๆ ผุกร่อนไปแบบไม่รู้ตัว ...จนเมื่อรู้สึกตัวอีกทีมันก็แทบจะไม่เหลืออะไรเลย....

สายฝนกำลังกรีดร้องอีกครั้ง  รำ่ไห้กับการกระทำของท้องฟ้า....

 

 

 

นัยน์ตา สีฟ้าหม่นกระพริบไล่หยดน้ำที่คลอเต็มดวงตา  ความเจ็บปวดลามเลียทั่วเรือนร่างจากกึ่งกลางลำตัว สควอลโล่ระบายยิ้มเหยียดเมื่อตื่นจากความฝันเมื่อครั้งอดีต

 

ท้องฟ้าตอนนี้มืดหม่นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ

 

ที่นอนว่างเปล่า  ไม่พบบุคคลที่ทำให้เขาต้องมาน้ำตาคลอ แถมยังฝันถึงอดีตอย่างกับผู้หญิงพร่ำเพ้อแบบนี้...

 

มันต้องไม่เป็นแบบนี้..

ต้อง หนี... เป็นครั้งแรกในชีวิตที่นักดาบหนุ่มผู้เป็นถึงเทพดาบคิดจะหนี  เขาไม่อาจยอมรับสภาพตอนนี้ได้แม้สักนิด  และรู้สึกเหยียดหยามที่สุดก็คือตัวเอง  ที่ตอนนี้ก็ยังไม่คิดแค้นเคืองอีกฝ่าย

เขาผิดเองเป็นเป็นแมลงเม่าหลงไฟ...จกถูกไปนั้นเผาตามก็เพราะตัวเอง  เพราะฉะนั้นก็ต้องฝืนด้วยตัวเอง

 

สายฝนไม่อาจกลับไปหาฟ้าได้อีก  มันทรมานเกินไป จึงได้แต่ไหลลงหุบเหว ที่ห่างไกลท้องฟ้าที่สุด

 

 

...ก่อนที่จะไม่เหลืออะไรเลย... 

 

[TBC] 

 

+++++++

 

ll TALK ll

เพ้อมาก ฮ่าๆๆๆ  และยังคงจะเพ้อต่อไปอีกนาน ..

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกคอมเมนต์นะคะ

 

ll ตอบ ll

คนว่างเปล่า : ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ  

 

****************

 

[XS Fiction] Passion in your eye_chapter 4 ครึ่งแรก

posted on 12 Jul 2009 20:48 by zypher-fiction  in KHR-Fiction

* คำเตือน  เนื้อหาในบล็อตนี้ เป็นฟิค yaoi หรือของฟิคชายรักชายค่ะ  ถ้าใครไม่ชอบ หรือรับไม่ได้รบกวนปิดบล็อคนี้เลยนะคะ   

 

ช่วงย้อนอดีตค่ะ ^^

 

ll T i t l e ll Passion in your eye
ll P a i r i n g ll XS
ll R a t e d ll R




Chapter. 4  ครึ่งแรก

 

แมลงเม่า ....แมลงเม่าที่แสนโง่งม

เพียงแค่เพราะ  หลงใหลในแสงสี  อย่างถอนตัวไม่ขึ้น

จึงบินเข้าหาแสงตามความรู้สึกชั่ววูบ

 

และโดนแสงที่เฝ้าใฝ่ฝันนั้น .... แผดเผาจนตาย

 

*****

ความรู้สึกหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้นนั้นเป็นเรื่องยากเกินกว่าที่เขาจะเข้าใจ  เขาเคยตั้งคำถามกับตัวเองนับครั้งไม่ถ้วน  ตอนแรกเริ่มที่เข้ามาในวงการที่แสนโสมมนี้

ทำไมพวกที่ยึดติดกับสิ่งหนึ่ง สิ่งใด และทุ่มเทให้เพื่อสิ่งนั้น  จนแม้แต่เอาชีวิตเข้าแลก  คนประเภทนี้กลับมีอยู่มากมายในวงการมาเฟียจนน่าแปลกใจ

ทั้งๆ ที่ โลกเบื้องหลังช่างมืดมิด  และเต็มไปได้การหักหลังและการแข่งขัน ชิงดีชิงเด่นที่ไร้เหตุผลแท้ๆ

คนเราควรเกิดมาเพื่อตนเองและตายเพื่อตนเอง ....นี้เป็นปณิธานในการใช้ชีวิตของเขาตั้งแต่เริ่มจำความได้ 

 

ณ ยามนั้น สควอลโล่ไม่คาดคิดเลยว่า...  วันที่เขาสามารถตายได้เพื่อใครสักคนจะมาถึง

 

+

+

+

 

วันที่พบคนคนนั้นเป็นครั้งแรก  แสงแดดแผดเผาผิวหนังจนรู้สึกเหมือนว่ากำลังจะระเหิดกลายเป็นไอได้ทีเดียว

 

 

" สควอลโล่ ๆๆ  ... รอก่อนสิ  อย่าเดินเร็วได้ไหม "  เสียงน่ารำคาญตามหลังขายหนุ่มมาติดๆ

เจ้าของชื่อไม่ได้หยุดตามที่เสียงร้องเรียกนั้นได้ร้องขอ  แต่พอเสียงเรียกนั้นร้องดังขึ้นเรื่อยๆ อย่างน่ารำคาญ แล้วจบท้ายด้วยเสียงดังโครม  จึงเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่ทำให้เจ้าของเรือนผมสีเงินยวงหันกันมาอย่างช่วย ไม่ได้

แถมด้วยเสียงถอนหายใจยาวอีกหนึ่งที

.... แม่ง อายุยังไม่เบญจเพส  เขายังไม่อยากมีลูกเป็นของตัวเองนะเว้ย

 

" มีอะไร  ไอ้เห่ยดีโน่ "  ชายหนุ่มถามขึ้นมาอย่างปลง ๆ

" ก็....  "  คนถูกเรียกว่า เห่ย แล้วยังไม่มีปากมีเสียง  แถมยังทำตาปริบๆ ได้อย่างน่าอนาถจนเกือบๆ  ( ก็แค่เกือบๆ ) จะทำให้เขาใจอ่านได้  พูดขึ้นมายังตะกุก ตะกะ

แต่ไม่มีคำพูดต่อ ...

 

พนันได้เลยว่า  ระหว่างที่ไอ้เด็กขี้แยนี้ตามเขามา  พร้อมตะโกนเลยเรียกเหยงๆ นี่  มันลืมเรื่องที่จะทำไปหมดแล้ว  อย่างนี้ตระกูล " คาบัลโลเน่ " คงสิ้นสุดที่รุ่นหมอนี้แน่ๆ  แต่ถึงมันจะเป็นยังไงมันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขา

คิดพลางมองหน้าไอ้ตูบไปพลาง  นัยน์ตาสีทองเหลือบขึ้นมามองอย่างขอลุแก่โทษ  แล้วยังไม่วายทำตาปริบๆ อีกสองสามที ประหนึ่งจะบอกเขาว่า  ฉันขอโทษ...

 

ขอบอกอีกครั้ง .... เขาไม่อยากมีลูกตอนยังไม่เบญจเพส

 

" ฉันจะไปทำภารกิจที่ได้จากอาจารย์เมื่อชั่วโมงที่แล้ว  นายจะไปกับฉันไหม "  เด็กหนุ่มบอกอย่างเซ็งๆ  

ดีโน่ บัลคาเรโน่ หน้าบานเป็นกระด้งในฉับพลัน  ยิ้มกว้างตาแทบปิด  " ไปๆ "  พลางคิดในใจ อย่างรู้ดีเสมอว่าคนตรงหน้า  ถึงจะห้าวมะนาวไม่มีน้ำ  เหมือนจะชอบทำตัวโหดร้ายอยู่เสมอ  แต่คนๆ นี้ คงไ่ม่เคยรู้ตัวเลยว่า เนื้อแท้ของตนเป็นคนใจดี และใจอ่อนกว่าที่คิด

อย่างน้อย หมอนี่ก็ไม่เคยทิ้งเขาจริงๆ ซักครั้ง  เอ่อ..นั้นไม่นับคราวนู่นที่ สควอลโล่ทิ้งเขาไว้ในหุบเขาคนเดียวตอนทำภารกิจ ฝึกลอบสังเกตการณ์   แล้วก็ไม่นับครั้งก่อนที่ทิ้งเขาตอน  ดีโน่แอบเผลอหลับระหว่างไปหาข้อมูลเกี่ยวกับมาเฟียต่างแดน  หรือ ครั้งตอนทำภารกิจร่วมกันครั้งแรก หรือ....  ความคิดหยุดลงกระทันหันเมื่อศรีษะของคนที่ระลึกความหลังโดนโบกมาจากข้างหลัง

" ถ้าแกตามไม่ทันก็เรื่องของแก  คราวนี้ฉันจะไม่สนแกอีกนะเว้ย!!!  "  สควอลโล่ตะคอกใส่ ก่อนสะบัดหน้าเดินนำไปก่อน  ให้อีกฝ่ายเลิกคิดนู่นคิดนี่ แล้วเดิมตามแผ่นหลังไปต้อยๆ อย่างว่าง่าย

พริบตาเดียว  ที่ดีโน่ไม่ทันระวังตัว  ระเบิดมือขนาดย่อมผ่านหน้าเขาไป เป้าหมายคือคนตรงหน้าที่เดินอยู่ข้างหน้าเขา

" สะ... สควอลโล่ "  สัญชาตญาณถึงภัยอันตรายทำให้เด็กหนุ่มผมทองตะโกนขึ้นมากระทันหัน

แต่คนเบื้องหน้ากลับไวกว่า ดาบที่ไม่รู้ว่าออกจากฝักตั้งแต่เมื่อไหร่  อยู่ในมือของนักดาบหนุ่ม  คมดาบไหวจนมองไม่ทันผ่านวูบจนรู้สึกถึงแรงลมที่เกิดจากการสะบัดหน้าพัดวูบ เข้ามากระทบใบหน้าอ่อนวัยของนายน้อยแห่งคาบัลโรเน่

รู้สึกตัวอีกที  ก็คือตอนที่ลูกระเบิดที่ถูกผ่าซีก  ลูกระเบิดถูกผ่าออกก่อนจะระเบิดออกด้านหลังซ้าย ขวา ของนักดาบผู้เจนจัด   ฉันพลันต่อมาคือร่างโปร่งบางที่หายไปต่อหน้า..

 

" น่าเบื่อชะมัดเลย !!!! "  

ดีโน่กระพริบตาปริบๆ มองคนตรงหน้า  ไม่กี่นาทีที่สควอลโล่ก็จัดการคนที่แอบลอบทำร้ายเขาได้อย่างง่ายดาย  คนคิดสั้นที่หาญต่อกรกับคมเขี้ยวฉลามถูกมัดมือมัดเท้าอยู่กับพื้น  เครื่องแบบนักเรียนโรงเรียนมาเฟียถูกหั่นจนแหว่ง  และเข็ดกลัดสีทองที่ควรกลัดไว้ที่อกเสื้อตอนนี้อยู่ในมือของสควอลโล่

ภารกิจที่ดีโน่และสควอลโล่ ได้รับเมื่อชั่วโมงก่อน  คือแย่งชิงเข็ดกลัดสีทองของคนที่อยู่อีกฝ่าย  ส่วนพวกตนกลัดเข็ดกลัดสีเงิน และมีหน้าที่ต้องปกป้องไม้ให้ถูกใครแย่งจนกว่าวันนี้จะสิ้นสุด

ภารกิจปัญญาอ่อนจริงๆ ...ฉลามหนุ่มคิด มีแต่พวกอ่อนหัด พลางมองไปที่คนที่อยู่ข้างๆ  ยามที่ใบหน้าละอ่อนนั้นหันมามองเขาก็ได้แต่ถอนหายใจ ....นี่ก็ยิ่งกว่าอ่อนหัด

" น่าเบื่อ "  เด็กหนุ่มร่างโปร่งบางพูดออกมาอย่างเซ็งๆ

คิดว่าการได้มาอยู่โรงเรียนมาเฟีย จะมีอะไรน่าสนใจเสียก็เปล่า  ไม่มีอะไรน่าสนใจซักนิด ...ชาตินี้จะมีอะไรทำให้เขาสนใจได้บ้างรึเปล่า  เผื่อโลกนี้จะน่าอยู่ขึ้นมาซักนิดก็ยังดี

 

ตูม!!!

 

เสาเพลิงขนาดใหญ่วาวโลดขึ้นมาในชั่วพริบตา  เรียกให้สายตาสองคู่หันไปในทิศทางเดียวกันอย่างฉับพลัน  ก่อนเปลวไฟสีแดงจะแผ่วลง แต่ยังลามเลียไปทั่วบริเวณนั้น

นักดาบหนุ่มรีบรุดเข้าไปในบริเวณตังกล่าวอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจว่าคนที่ อยู่ด้วยจะตามมาทันรึเปล่า  ร่างโปร่งบางผ่านตึกนักเรียนโรงเรียนมาเฟีย ก่อนถึงบริเวณลานกว้างที่เกิดเสาเพลิงเมื่อครู่

ที่ดินบริเวณนั้นดูคล้ายโดนระเบิดขนาดใหญ่จนวินาศแถบไม่เหลือสภาพ  มีร่างบาดเจ็บของนักเรียนมาเฟีย นอนโอญครวญด้วยความเจ็บปวดจากแผลไฟไหม้นับสิบ

เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีรัตติกาล  ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางเพลิงอัคคีแดงฉาน  แสงอาทิตย์ร้อนแรงแผดเผาและแสงอาทิตย์นั้นก็แยงตาเขาจนเห็นแต่เงาของอีก ฝ่าย 

สควอลโล่หลุ่บตาเพราะไม่อาจสู้แสงร้อนแรงนั้นได้  แต่ก็เพียงชั่วพริบตา เพราะเขาก็หันกลับไปเพ่งมองอีกฝ่ายอีกครั้ง

 

สิ่งแรกที่เห็น คือ นัยน์ตาสีแดงเพลิง ราวกับกำลังลุกไหม้อยู่ตลอดเวลา  นัยน์เนตรวาววับสะกดเด็กหนุ่มไว้นิ่ง  ราวกับเวลาได้หยุดชะงักไว้ ณ วินาทีนั้น ชั่วกัปชั่วกัลป์

เด็กหนุ่มผู้นั้น  มีท่าทีไม่สบอารมณ์  แล้วเดินจากไปท่อมกลางควันไฟ จนหายไปจากสายตา

สควอลโล่ทรุดลงกับพื้นทันที ที่เด็กหนุ่มที่ไม่ทราบว่าเป็นใครได้ไปจากที่นั่นไปแล้ว  ร่างโปร่งหายใจอย่างตะกรุมตะกรามราวกับขาดอากาศหายใจมาเป็นเวลานาน

ผิวกายเย็นเฉียบ หากแต่หัวใจกับเด้นระรัว

 

" รุ่นพี่ แซนซัส นี่ อันตรายชะมัด " สควอลโล่สะดุ้ง ไม่ทันรู้ตัวเลยว่า ดีโน่มาอยู่ข้างๆตัวตัั้งแต่เมื่อไหร่

ร่างโปร่งถอนหายใจเบาๆ รวบรวมสติ  ก่อนจะลุกขึ้นช้าๆ เสยผมที่ตอนนี้ตกลงมาระใบหน้าจนน่ารำคาญ ...นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าโดนพรากเอาความสนใจไปจนหมดจนไม่ได้รับรู้ สิ่รอบข้างเลย

มันไม่ใช่วิสัยของนักดาบ ....และสันดานของเขาเลยสักนิด

 

" แซนซัสหรือ ... "  สควอลโล่พูดออกมาลอยๆ

ดีโน่รู้สึกได้ถึงความแปลกไปของน้ำเสียงคนใกล้ตัวจนรู้สึกหวั่นใจอย่างประหลาด

นัยน์ตาสีฟ้าหม่น เหม่อมองไปไกล  ราวกับวิญญาณของนักดาบหนุ่มไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว

 

แมลงเม่าเอย  แมลงเม่า

ยามพบพานกับแสงไฟ

ความรู้สึกมันเป็นเช่นนี้รึเปล่า...

 

ความรู้สึกหลงใหลมันเป็นเช่นใดกันหรือ...

 

 [TBC]

 

ll TALK ll

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์นะคะ

><~

 

 

[XS Fiction] Passion in your eye_chapter 3

posted on 09 Jul 2009 20:05 by zypher-fiction  in KHR-Fiction

* คำเตือน  เนื้อหาในบล็อตนี้ เป็นฟิค yaoi หรือของฟิคชายรักชายค่ะ  ถ้าใครไม่ชอบ หรือรับไม่ได้รบกวนปิดบล็อคนี้เลยนะคะ   

 

 

ll T i t l e ll Passion in your eye 
ll P a i r i n g ll XS 
ll R a t e d ll R 




Chapter. 3 



เสียงน้ำหยดเป็นจังหวะ ของเหลวใสทิ้งตัวตามแรงโน้มถ่วงโลกจากเบื้องบนสู่เบื้องล่างสะท้อนเข้าหู ....ไม่ชอบเลยซักนิดเพราะมันชวนให้นึกถึงอดีตที่ไม่อยากจำ 

แววตาสีฟ้าหม่นกระพริบตาปริบๆ ปรับสภาพก่อนมองไปรอบตัว ความรู้สึกแปลกตาถาโถมเข้ามาในใจ .....ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเขา ห้องของเขา... 

บอส? …. แล้วความคิดก็คิดถึงถึงใครบางคนโดยอัตโนมัติ ในความรู้สึกอันพร่าเลือน สควอลโล่ตั้งใจจะขยับตัว นั่นทำให้สติกลับมาเป็นของตัวเอง ชายหนุ่มตระหนักได้ว่าตัวเขาถูกมัดอยู่ ความรู้สึกเจ็บแปลบเกิดขึ้นที่ข้อมือ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองจึงรู้ว่าข้อมือถูกรัดติดกับเสาหัวเตียง ข้อเท้าทั้งสองข้างถูกผูกติดกัน ยิ่งทำให้ขยับตัวได้ลำบาก ไม่นับเนคไทคุ้นตาที่ปิดปากตัวเองอยู่ 

เสียงปึงปังดังมาจากอีกทางของเตียงที่เขานอน แล้วคนที่ทำให้เขาต้องตกอยู่ในสภาพนี้ก็ปรากฏกายขึ้น 

นัยน์ตาสองคู่สบกัน โดยไม่มีฝ่ายไหนหลบตาก่อน 

... บอสคิดจะทำไรกันแน่!!! อยากถามใจจะขาด แต่ทำไรไม่ได้ในเมื่อถูกปิดปากอยู่ ได้แต่ถลึงตามองคนที่เพิ่งเข้ามา 

“ แกคงมีคำถาม ? ” เจ้าของห้องเอ่ยขึ้นก่อน ชายหนุ่มที่มีรอยแผลไฟไหม้ที่ลามเลียทั่วใบหน้า ความมึนตึง ไม่สบอารมณ์ฉายชัดในนัตน์ตาทับทิมเลือดที่โชนแสงอยู่เสมอ 

“ แต่ฉันขี้เกียจตอบ และไม่คิดตอบ ” แซนซัสพูดอย่างขอไปที ก่อนนั่งลงบนเตียงข้างๆ ร่างบางทำให้ฟูกนอนอ่อนยวบ สคอลโล่รู้สึกได้ถึงน้ำหนักของร่างสูง 

เมื่อไม่คิดจะบอก ก็ไม่มีสิ่งใดจะต้องสื่อสารกันอีก ร่างบางสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง ไม่อยากให้คนใจยักษ์ใจมารอยู่ในสายตา 

การกระทำเช่นนั้น สควอลโล่ไม่รู้ตัวเลยว่าทำให้ใครบางคนรู้สึกเดือดดาลขึ้นมาทันใด 

“ ไอ้สวะ ” เสียงแหบต่ำดังขึ้น ชวนให้รู้สึกขนลุกทุกครั้งที่ได้ยิน “ อย่ามาทำเมินฉัน ” 


มือหยาบกร้านจากการสู้รบมานับครั้งไม่ถ้วนและพรากชีวิตผู้คนมากมายเหม็น สาบด้วยกลิ่นเลือด มือเดียวกันนี้กระชากผมสีเงินยวงให้หันหน้ามาสบกัน มืออีกข้างที่ว่างอยู่ปลดพันธนาการที่ปิดปากร่างบางอยู่ 

เมื่อริมฝีปากเป็นอิสระ สควอลโล่ถมน้ำลายใส่อีกฝ่ายก่อนเหยียมยิ้มพอใจที่ได้เอาคืน 

คิ้วโก่งขมวดเข้าหากันจนเป็นปม เมื่อคนที่อวดดีที่ไม่เคยหือเขาเลยซักครั้ง ตอนนี้กำลังอวดดีอย่างถึงที่สุด แซนซัสเช็ดน้ำลายที่เปื้อนแก้มอย่างลวกๆ

เพี๊ยะ!!

ชายหนุ่มสะบัดมือฟาดอีกฝ่ายเข้าที่แก้มเนียมเต็มแรง  ทำให้สควอลโล่หน้าหันไปอีกทางตามแรงตบ


“ บอส เป็นบ้าอะไรว่ะ!! ปล่อยฉันซักที !!!! แกจะเอายังไงกับฉันกันแน่!!!! ” 

ร่างเล็กกว่าที่ตอนนี้อยู่เบื้องล่างคนที่ถือสิทธิ์เหนือกว่าขึ้นมา คร่อม ร่างผอมบางราวกับจมหายไปกับเตียงนอนกำลังแผลงฤทธ์เมื่อถูกลงไม้ลงมือ แต่ด้วยความที่ถูกพันธนาการทั้งมือและเท้า มันไม่ง่ายเลยที่จะต่อกรกับคนที่มีกำลังมากกว่าแล้วได้เปรียบกว่า 

“ ฉันจะสอนแก ว่าคนอวดดีกับฉันมันต้องถูกลงโทษ โดยเฉพาะกับสวะอย่างแก ” 

“ ฉันมีวิธีลงโทษให้เป็นพิเศษ ” 

ก่อนที่สควอลโล่จะได้เปิดปากโวยวายเถียงกลับอีกครั้ง บอสหนุ่มแห่งวองโกเล่ก็ปิดปากอีกฝ่ายด้วยริมฝีปากของตัวเอง ตาสีฟ้าหม่นเบิกกว้างด้วยความตกใจ 

จุมพิตลึกซึ้ง จาบจ้วง ท้าทาย และพรากได้กระทั้งลมหายใจ จังหวะที่เร่งเร้ามากขึ้นเรื่อยๆ จนสควอลโล่หายใจตามแทบไม่ทัน เรียวลิ้นดุนดันให้ริมฝีปากบางเผยอออก ก่อนแทรกเรียวลิ้นอุ่นร้อนเข้าไปด้านใน กวาดเอาความหอมหวานที่ยังไม่เคยมีใครได้ริมรสมาก่อน 

ร่างบางแถบขาดสติ พยายามขัดขืนผลักไส้ร่างหนาให้ออกห่างไปให้พ้นตัว แต่สู้แรงคนตัวโตกว่าไม่ได้เลยซักนิด สควอลโล่จึงขบฟันเข้าที่ลิ้นที่รุกรานตนเองในช่องปากเรียกเลือดจากอีกฝ่าย 

รสขมปร่า ฝาดในลำคอ แต่แฝงไว้ด้วยความหอมหวานแห่งรสเลือด 

แซนซัสผละตัวออก เช็ดเลือดที่ไหลบริเวณมุมปาก รอยยิ้มเหยียดทาบทับริมฝีปากอย่างน่ากลัว “ แกน่าสนุกกว่าที่คิดนะ คงแทนพวกผู้หญิงน่าเบื่อได้มากโข ” 

“ แซนซัสแกจะทำบ้าอะไร!! ฉันเป็นผู้ชายนะโว้ยยย!!! ” 

“ กับฉันแกทำไม่ได้ แต่กับคนอื่นแล้วได้รึไง ” น้ำเสียงคนอื่นติดจะหงุดหงิดมากกว่าเดิมเมื่อพูดถึงตรงนี้ 

“ คนอื่นอะไร ถามบ้าอะไรของนาย ปล่อยฉันน้า!!! ” แต่คนถูกข่มเหงไม่ได้สำเหนียกถึงอารมณ์ดังกล่าวแม้แต่น้อย ยังคงพยายามขัดขืนอย่างหนัก 

“ ฉันเห็นแล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ แต่ผู้ชายกับผู้ชายมันก็มีวิธีทำสนุกๆ เหมือนทำกับผู้หญิงนั้นแหละ แล้วจากวันนี้ไปฉันจะค่อยๆ สอนแกเอง ” เจ้าของใบหน้าคมเข้ม ดุดัน ยิ้มเย็นทำให้คนเสียเปรียบที่อยู่ด้านล่างใจฝ่อ เพราะไม่รู้ว่าบอสต้องการอะไร และทำไปเพื่ออะไร 

รึจะแค่เล่นสนุก... 

ความคิดที่ทำให้ชะงักค้าง รู้สึกได้ถึงรสขมปร่าในลำคอ น้ำตามันไม่ไหลออกมาซักหยดแต่กำลังเอ่อล้นมากมายข้างใน เรี่ยวแรงที่พอจะมีตอนนี้รู้สึกหมดแรงเอาดื้อๆ 

แม้แต่แรงที่จะขัดขืนที่ดูท่าว่าจะหายไปจนหมดสิ้น 

“ ไม่ขัดขืนแล้วรึไง ฮือ... สเพลฮี สควอลโล่ ” ไม่มีเสียงตอบกลับนอกจากใบหน้านวลที่หันหนีอีกฝ่าย 

“ แกกำลังทำให้ฉันอารมณ์เสียนะ ” 


ไม่อยากได้ยิน ไม่อยากได้ยิน ไม่อยากได้ยิน 

คำปฏิเสธที่วนเวียนอยู่ในหัวใจ ความปรารถนาที่จะให้เสียงนั้นเงียบลง เสียงที่สามารถกรีดหัวใจ หรือทำให้เขาตายได้ทั้งเป็น 

หยุดเสียที …หยุดได้แล้ว …….หรือไม่ก็หยุดลมหายใจของฉันด้วยมือของนาย.... 

นัยน์ตาสีฟ้าหม่นค่อยๆปิดลง ไม่รับรู้ถึงสิ่งตรงหน้าอีกต่อไป แซนซัสจะทำสิ่งใดกับเขาอีก เขาไม่อยากรับรู้อีกต่อไป 


เสียงหยดน้ำดังก้องขึ้นมาอีกแล้ว.... 

ทิ้งตัวเป็นจังหวะ จากที่สูงลงสู่ที่ต่ำตามแรงโน้มถ่วง ไม่สามารถขัดขืนตัวเองได้ หยดน้ำได้แต่ตกลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า.... 

เหมือนฝน.... ต่อให้อยากอยู่บนฟ้านานแค่ไหนก็ทำไม่ได้ เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ต้องตกลงสู่เบื้องล่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขัดขืนไม่ได้ ฝ่าฝืนไม่ได้... ทั้งๆที่ไม่เคยต้องการห่างจากแผ่นฟ้าเลยซักนิด 

ถึงแม้แผ่นฟ้าจะไม่ต้องการก็ตาม... 

ความรู้สึกเริ่มขาดห้วงพร้อมกับความรู้สึกที่ร่างกำลังจะถูกแยกออกเป็นเสี่ยงๆ 

สุดท้ายก็ไม่อาจขัดขืนนายได้เลยซักครั้ง.... 




[TBC] 


************************************************** 
ll T a l k ll 


ความจริงแล้วชอบเรื่องน้ำเน่านะ เพราะงั้นเรื่องนี้น้ำเน่าแน่ๆ 
ได้กลิ่นตุๆ กันมั้งยัง ถึงจะชอบเกะราชินีแต่เขียนไม่ถึง 
เขียนแต่เกะคิดมากกับเมะเลวๆ (ฮา) สควอลโล่เรื่องนี้เลยคิดมาก ทั้งๆที่ 
มันไม่น่าจะเป็นคนคิดมากได้ขนาดนี้เลย ส่วนแซนซัสขานั้น 
ยังไม่ก้คงเลวอยุ่วันยังค่ำ แต่เป็นตัวละครเข้าใจยาก 
เขียนแต่ล่ะทีกุมขมับอยุ่หน้าคอมทุกทีเลย 

ยังไงก้ขอให้ชอบ แล้วกันนะคะ ( ตัดบทกันดื้อๆ เลยแหะ 555 ) 


Zypher