[XS Fiction] Passion in your eye_chapter 4 ครึ่งหลัง
posted on 17 Jul 2009 18:32 by zypher-fiction in KHR-Fiction
* คำเตือน เนื้อหาในบล็อตนี้ เป็นฟิค yaoi หรือของฟิคชายรักชายค่ะ ถ้าใครไม่ชอบ หรือรับไม่ได้รบกวนปิดบล็อคนี้เลยนะคะ
ll T i t l e ll Passion in your eye
ll P a i r i n g ll XS
ll R a t e d ll R
Chapter. 4 ครึ่งหลัง
ความรู้สึกหลงใหลมันเป็นเช่นใดกันหรือ...
ความรู้สึกที่เขาคิดว่ามันยากเกินเข้าใจ หรือไม่อยากจะเข้าใจกันแน่!!?
เด็กหนุ่มนั่งเท้าคางพลางใช้ความคิด แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า เฝ้าแต่คิดถึงนัยต์สีแดงเพลิงคู่นั้น ที่ทอแสงราวกับทับทิมน้ำงาม สควอลโล่รู้ว่าตัวเองมีบางอย่างแปลกไป
เขาไม่เคยเหม่อ หรือทุ่มเทความคิดไปกับสิิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ไม่ใช่เพลงดาบมาก่อน และไม่ว่าจะเพียรพยายามแค่ไหนก็ไ่ม่สามารถสลัดภาพของบุคคลผู้นั้นออกจากสมอง ได้เลย
ถึงขนาดไอ้เห่ยดีโน่เข้ามาใกล้ตัวเขาได้โดยไม่รู้สึกตัวได้ถึงสองครึ่งในหนึ่งอาทิตย์ ทั้งๆที่ปรกติเขาก็รู้ตัวตลอดเวลา เมื่ออีกฝ่ายเข้ามาออดอ้อนอยู่ใกล้ๆ
ไม่เข้าใจจริงๆ เลยว่า... หมอนั่นติดอะไรเขาหนักหนา ถึงตามแจมาได้ถึงทุกวันนี้
ไม่อยากเจอก็ต้องเจอ ไม่เห็นเหมือนใครบางคนที่อยากเจอ แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ โรงเรียนมาเฟียก็ไม่ใช่ว่าจะกว้างเสียเท่าไหร่แท้ๆ
อุตส่าห์ไปดักรอแถวๆ ห้องที่ดีโน่บอกว่าแซนซัสเรียนอยู่... แต่นี่ผ่านไปจะอาทิตย์แล้ว ไม่เห็นเงาอีกฝ่ายซักนิด ตกลงหมอนั้นมันใช่นักเรียนแน่รึ
คิดแล้วก็พลางถอนหายใจ ....ที่คิดเรื่องหมอนั้นอีกแล้ว
คิดจนเขาคิดว่า ซักวันตัวเองอาจเห็นภาพหลอนของอีกฝ่ายแน่ๆ ...อ๊ะ!!! คิดปุบก็เห็นปับ ... เขาเห็นเด็กหนุ่มที่ชื่อว่า แซนซัส กำลังเดินลับไปตรงขอบมุมตึกตรงหน้าจริงๆ...
แซนซัส!!?
เหมือนจะเพิ่งรู้ตัวว่า ..ที่ตัวเองเห็นไม่ใช่ฝันกลางวัน แต่เป็นคนในความคำนึงกำลังเดินหายวับไปต่อหน้าอีกครั้ง สควอลโล่ดีดตัวลุกขึ้น ก่อนที่สมองจะทันประมวลผลด้วยซ้ำ บางสิ่งบางอย่างในตัวก็กระตุ้นสัญชาตญาณให้ตามร่างสูงไปเสียแล้ว
เด็กหนุ่มเคลื่อนไหวคล่องแคล่วสมกับเป็นนักดาบฝีมือดี เขาอ้อมไปอีกทางไม่ได้ตามไปตรงๆ ในใจนั้นคิดอยากประเมินอีกฝ่ายจากระยะไกลเพื่อดูท่าทีก่อน
แต่แค่เพียงจะหลบเข้าเงามืดของมุมตึกที่อยู่เยื้องขวาจาก ตำแหน่งที่เด็กหนุ่มผมดำเดินหายเข้าไป มือหยาบกร้านก็คว้าคอเพียวบางก่อนจับกระแทกกับกำแหงอย่างไม่ใยดี ก่อนบีบเกร็งขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก สัณชาตญาณทำให้นักดาบหนุ่มชักดาบออกมาไว้ในมืออย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่เร็วพอเมื่ออีกฝ่ายคว้ามือข้างที่จับดาบก่อนออกแรงบีบโดนข้อต่อ กระดูกพอดี มิหน่ำซ้ำยังถูกบิดข้อมือจนดาบคู่กายหลุดออกจากมืออย่างไม่สามารถทำสิ่งใด ได้
แล้วนันย์ตาสีฟ้าหม่นก็สบกับนัยน์ตาสีแดงฉานที่อยู่ในความคิดมานาน...
ทับทิมน้ำงามราวลุกเป็นไฟ ...เขามองราวต้องมนต์
ทั้งชีวิตไม่เคยเข้าใจนิยามของความงามเลยซักครั้ง พอคิดได้ว่าเจอสิ่งที่คิดว่าสวยเป็นครั้งแรก ...ตัวเขากลับอยู่ในสถานการณ์ที่แค่อีกฝ่ายออกแรกอีกนิด สเปลฮี สควอลโล่จะไม่มีชื่ออยู่บนโลกนี้แล้ว...
" แกต้องการอะไร " เสียงเข้ม คุกคามและทรงอำนาจอยู่ในที ส่งผลให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นอีก
แต่ ท่าทีคุกคามกระตุ้นให้เด็กหนุ่มไม่พอใจนัก มีคนบอกเสมอว่าเขาหยิ่ง และนั้นก็เป็นเนื้อแท้ที่เขาไม่เคยปฎิเสธ เกลียดนักไอ้พวกที่ชอบวางอำนาจเหนือผู้อื่น
สควอลโล่ไม่ตอบ ลืมนึกไปแล้วด้วยซ้ำว่าตัวเองผิดเองที่แอบสะกดรอบตามอีกฝ่ายมา เขาพยายามหาทางสลัดให้หลุดจากพันธนาการซึ่งดูเหมือนจะไร้ผล แต่คนอย่างเขาตายยังง่ายกว่าจะยอมอยู่เฉยรออีกฝ่ายพิพากษา เมื่อแววตาสีเลือดฉายเพียงแววเกี้ยวกราดเพียงอย่างเดียว
หากตอบไม่ถูกใจคงมีเพียงความตายที่รออยู่ ไม่มีความลังเลอยู่ในแววตานั้นสักนิด
นักดาบหนุ่มผู้ซึ่ง ณ บัดนั้นปราศจากดาบในมือระบายยิ้มเหยียด ...แค่ศักด์ศรีเท่านั้น หากมันไม่ย่อยยับไปอะไรก็สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้
คนอย่างเขา ไม่มีวันยอมพ่ายให้ใครง่ายๆ
เด็กหนุ่มบิดข้อมือจนมันหักอย่างไม่สนใจใยดี สิ่งที่เกิดขึ้นรวดเร็วและเกินความคาดหมาย ทำให้เกิดช่องว่างขึ้นกับอีกฝ่ายที่เคยได้เปรียบ
สควอลโล่อาศัยช่องว่างนั้น สลัดตัวเองให้หลุดพ้นจากพันธนาการ อาศัยจังหวะเพียงชั่วพริบตาแล้วเตะสกัดขาให้ร่างสูงเสียหลักล้มลง
มืออีกข้างที่ยังใช้งานได้อยู่ คว้าดาบที่อยู่กับพื้นกะเอาคืนอีกฝ่ายเต็มที่
พรึ่บ!!
เปลวไฟไม่ทราบที่มาปรากฎจากอากาศธาตุุขึ้นรอบด้ามดาบ ทำให้โลหะร้อนจนจับต้องไม่ได้ดาบที่ควรอยู่ในมือนัดดาบ จึงหลุดล่วงลงพื้นอีกครั้ง ตำแหน่งที่ร่างโปร่งเคยได้เปรียบจึงกลับตำแหน่งอย่างรวดเร็ว
ไฟของวองโกเล่...
เปลวเพลิงที่แผดเผาได้ทุกอย่าง
แซนซัสเป็นฝ่ายได้เปรียบอีกครั้ง ร่างสูงกระชากผมสีเงินกระแทกศริษะของเด็กหนุ่มผมเงินลงกับพื้น ก่อนทับร่างของนักดาบหนุ่มผู้เสียทีด้วยร่างกายของตนเองเพื่อสกัดการเคลื่อนไหว รวบมือสองข้างของสควอลโล่ด้วยมือเพียงข้างเดียว
ทั้งๆที่ข้อมือหัก แล้วมืออีกข้างก็โดนไฟลวก แต่ไม่มีเสียงร้องแสดงความเจ็บปวดหลุดจากลำคอของสควอลโล่แม้แต่น้อย..
แซนซัสระบายยิ้มอย่างพอใจ ...วันนี้ไม่เจอนักฆ่าห่วยแตกอย่างเคยแต่เจอของน่าสนใจแทน
เจ้าของนัยต์ตาสีแดงอารมณ์ดีขึ้นทันตาจนรู้สึกได้ " แกน่ะ ชื่ออะไร " อารมณ์ดีมากพอจนเริ่มบทสนทนาใหม่อีกครึ้ง
" ไม่รู้จักมารยาทรึไงว่ะ!!! จะถามชื่อคนอื่นก็บอกชื่อตัวเองก่อนสิ!!! " ในสถานการณ์แบบนี้ สควอลโล่ยังจะกล้าตวาดใส่อีกฝ่าย ...น่าสนใจจริงๆนั้นแหละ แซนซัสนึกในใจ วันนี้ดูท่าจะมีอะไรทำแก้เบื่อเสียแล้ว
" แซนซัส " ร่างสูงตอบอย่างง่ายได้ จนสควอลโล่แปลกใจ "แกล่ะ"
ร่างโปร่งอึกอักอยู่สักพัก ก่อนจะตอบ " สเปลฮี.... สเปลฮี สควอลโล่ ... อะ.. โอ้ย!!! "
สควอลโล่จบประโยคด้วยเสียงร้อง ตามด้วยคำสบถที่ยาวเป็นวา เมื่อแซนซัสจงใจแกล้งอีกฝ่ายด้วยการกดลงรอยแผลที่เกิดจากไฟเมื่อครู่ ....ก็ร้องเป็นเหมือนกันนี่หว่า แซนซัสนึกอย่างขำๆ วันนี้เขาอารมณ์ดีจนน่าแปลกใจจนตัวเองยังรู้สึกได้
เหมือนได้พบของเล่นถูกใจ?
" ตามฉันมาทำไม " แซนซัสถามต่อ
นัยน์ตาสีฟ้าหม่นหลบสายตาจริงจังสีแดงฉานไปอีกทาง ก่อนตอบเสียงเบา " ติดใจ.. "
" หือ? "
" เออ!!! ฟังไม่ผิดหรอกโว้ยยยยย !!!! " ดูเหมือนคนเสียเปรียบจะเสียสติขึ้นมาดิ้อๆ เลยเริ่มออกอาการโวยวายตามนิสัยส่วนตัวขึ้นมาทันที
" เป็นการสารภาพรักที่ร้อนแรงดีนะ แต่โทษทีไม่ใช่รสนิยม " ว่าจบพร้อมจุดร้อยยิ้มเล็กๆ ได้อย่างน่ามองที่มุมปาก จนสควอลโล่แอบเผลอมองไปชั่วอึดใจ แต่นั้นไม่ใช่เหตุผลมากพอที่สควอลโล่จะไม่โวยวายต่อ...
ทั้งสองปะทะวาจากันไปอีกพักใหญ่ จนฝ่ายหนึ่งหมดแรงที่จะโวยวายต่อ หรืออีกฝ่ายหนึ่งรู้สึกอยากกลับไปหาอะไรมาเขวี้ยงใส่หัวเงินๆนี้ ให้มันเลิกโวยวายเสียที หรืออาจเพราะแสงแดดแผดเผาเหมือนวันนั้น แผดเผาจนลืมเลือนไปแล้วว่า เรื่องทุกอย่างเริ่มต้นจากอะไร...
นั้นเป็นครั้งที่แรกที่แซนซัสพบกับสควอลโล่...
เป็นครั้งที่สองที่สควอลโล่พบกับแซนซัส
และเป็นครั้งสุดท้าย... ที่สควอลโล่เลิกตั้งคำถามกับตัวเอง ว่า... ความรู้สึกหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้นนั้น เป็นเช่นไร
ไฟของวองโกเล่...เปลวไฟของผู้ชายเจ้าของนัยน์ตาสีเปลวเพลิง
+++++++
ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่... ที่เขาสองคนพบกันบ่อยขึ้น
ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ... ที่ที่เขาอยู่คือเบื้องหลังของผู้ชายที่ชื่อว่า แซนซัส
ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ... ที่เริ่มคิดว่า จะขอทำทุกอย่างให้คนๆนี้ ได้สมหวังทุกอย่าง
ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ... ที่มอบให้ได้ทั้งชีวิต
วันเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่เขาตะเกียกตะกาย ให้ได้ชื่อว่าเทพดาบก็เพื่อตัวเอง ....ให้คู่ควรอยู่เคียงข้าง ว่าที่รุ่นที่ 10 ของวองโกเล่
วันเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ไว้ผมจนมันยาว ก็เพื่อแสดงจุดยืนของตัวเอง ...ว่าไม่ว่าเมื่อไหร่ก็อยู่เคียงข้างแซนซัส รอการกลับมาของหมอนั้นเสมอ
รู้ทั้งรู้ว่าหมอนั้นไม่เคยสนใจใยดีสิ่งใด ... ยกเว้นคนที่มีประโยชน์เท่านั้น
ไม่เคยแคร์ ไม่เคยสนใจ... เพราะหลงใหลในนัยน์ตาคู่นั้น อยากจะเดินตามอีกฝ่ายไปให้จนถึงที่สุด แม้นั้นจะเป็นขอบเหวของนรกก็ตาม
ตามติดหมอนั้น จนศักด์ศรีที่มีมันค่อยๆ ผุกร่อนไปแบบไม่รู้ตัว ...จนเมื่อรู้สึกตัวอีกทีมันก็แทบจะไม่เหลืออะไรเลย....
สายฝนกำลังกรีดร้องอีกครั้ง รำ่ไห้กับการกระทำของท้องฟ้า....
นัยน์ตา สีฟ้าหม่นกระพริบไล่หยดน้ำที่คลอเต็มดวงตา ความเจ็บปวดลามเลียทั่วเรือนร่างจากกึ่งกลางลำตัว สควอลโล่ระบายยิ้มเหยียดเมื่อตื่นจากความฝันเมื่อครั้งอดีต
ท้องฟ้าตอนนี้มืดหม่นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
ที่นอนว่างเปล่า ไม่พบบุคคลที่ทำให้เขาต้องมาน้ำตาคลอ แถมยังฝันถึงอดีตอย่างกับผู้หญิงพร่ำเพ้อแบบนี้...
มันต้องไม่เป็นแบบนี้..
ต้อง
หนี... เป็นครั้งแรกในชีวิตที่นักดาบหนุ่มผู้เป็นถึงเทพดาบคิดจะหนี
เขาไม่อาจยอมรับสภาพตอนนี้ได้แม้สักนิด
และรู้สึกเหยียดหยามที่สุดก็คือตัวเอง
ที่ตอนนี้ก็ยังไม่คิดแค้นเคืองอีกฝ่าย
เขาผิดเองเป็นเป็นแมลงเม่าหลงไฟ...จกถูกไปนั้นเผาตามก็เพราะตัวเอง เพราะฉะนั้นก็ต้องฝืนด้วยตัวเอง
สายฝนไม่อาจกลับไปหาฟ้าได้อีก มันทรมานเกินไป จึงได้แต่ไหลลงหุบเหว ที่ห่างไกลท้องฟ้าที่สุด
...ก่อนที่จะไม่เหลืออะไรเลย...
[TBC]
+++++++
ll TALK ll
เพ้อมาก ฮ่าๆๆๆ และยังคงจะเพ้อต่อไปอีกนาน ..
ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกคอมเมนต์นะคะ
ll ตอบ ll
คนว่างเปล่า : ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ
****************